fbpx

เลือกชุดเจ้าสาว

Tag

Archives

0 comments

วันแต่งงานคือ วันสำคัญของชีวิตผู้หญิง การเลือกชุดแต่งงานจึงถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญไม่แพ้เรื่องอื่นๆ เพราะชุดจะต้องเสริมให้เจ้าสาวสวยที่สุดภายในงาน หนึ่งในสไตล์ที่เจ้าสาวส่วนใหญ่ชื่นชอบ คือ ชุดแต่งงานสไตล์เจ้าหญิง ที่มาในแบบกระโปรงพองฟูหรือกระโปรงที่มีปลายยาวละพื้น ให้ลวดลายและกิมมิคบนตัวชุดที่สุดอลังการ เสริมให้บุคลิกเจ้าสาวดูงามสง่าดั่งเจ้าหญิงในปราสาทใหญ่เลยทีเดียว ดังนั้น ถ้าคุณกำลังมองหาชุดแต่งงานสไตล์เจ้าหญิง ลองมาดูดีไซน์เด่นที่จะนำมาให้ชมในวันนี้ เพื่อให้คุณได้เลือกรูปแบบที่เหมาะสมกับความเป็นเจ้าหญิงมากที่สุด

1.ดีไซน์ชุดกระโปรงสุ่ม

ชุดเจ้าสาวที่ให้ลุคแบบเจ้าหญิงทรงแรก คือ ชุดทรงกระโปรงสุ่มแบบที่เรามักจะได้เห็นกันในภาพยนตร์ ที่เมื่อพูดถึงสไตล์ของเจ้าหญิงแล้วจะต้องนึกถึงกระโปรงทรงนี้ขึ้นมาทันที ส่วนด้านบนจะเป็นแบบรัดและเน้นดันช่วงอกให้สูงขึ้น เพื่อทำให้อกชิด โดยสามารถสวมใส่เป็นทั้งแบบมีแขน, แบบสายเดี่ยว หรือแบบเกาะอก แต่ส่วนใหญ่แล้วจะมาในรูปแบบเกาะอกที่จะรัดรูปช่วงใต้อก เอว และปล่อยเป็นกระโปรงสุ่มตั้งแต่ช่วงสะโพกลงไป เพื่ออำพรางรูปร่างช่วงล่างและทำให้ช่วงบนดูสวยสมดุลกัน โดยกระโปรงทรงนี้มักจะถูกเรียกว่าทรงบอลกราวน์ (Ball Gown)

2.ดีไซน์ชุดคลุมไหล่

ชุดเจ้าสาวแบบเจ้าหญิงที่มีความเด่นในส่วนของผ้าคลุมไหล่ โดยจะใช้เป็นผ้าซีทรูที่มีลวดลายปักของดอกไม้สวยหรืออาจจะเป็นเนื้อผ้าแบบเรียบหรู โดยจะทับบนชุดแต่งงานเกาะอกหรือชุดแต่งงานที่โชว์ช่วงอกโดยเฉพาะ ส่วนมากจะเน้นใช้กับชุดแต่งงานแบบรัดรูปที่เป็นกระโปรงทรงสอบแล้วปล่อยปลายให้ยาวละพื้น เมื่อสวมใส่แล้วจะให้ความสวยงามที่คล้ายกับเจ้าหญิงกำลังเดินอย่างสง่างามอยู่ภายในพระราชวัง ชุดเจ้าสาวลักษณะนี้จะเน้นให้เห็นถึงความสวยงามและรูปร่างสุดเซ็กซี่ของเจ้าสาวได้เป็นอย่างดี

3.ดีไซน์ชุดสุดเปรี้ยว

ชุดในดีไซน์ลักษณะนี้จะเป็นชุดที่ซ่อนความเปรี้ยวไว้ในความหวาน ด้วยการทำให้ช่วงคอหรือช่วงอกลึกขึ้น พร้อมเพิ่มเป็นดอกไม้ที่ช่วงอก เพื่อดึงดูดความสนใจไปสู่อกสวย โดยอาจจะใช้เป็นดอกไม้แบบ 3 มิติ หรือเป็นดอกไม้ปักบนผ้าซีทรู รวมไปถึงชุดแต่งงานผ้าซีทรูที่โชว์ให้เห็นผิวและรูปร่างของเจ้าสาวแบบเต็มๆ ถือว่าเป็นชุดเซ็กซี่ซ่อนความเปรี้ยวที่ยังให้ลุคหวานเรียบหรูในแบบเจ้าหญิง ด้วยกระโปรงทรงยาวละพื้นและใช้โทนสีสวยแบบเรียบหรู เหมาะกับเจ้าสาวหุ่นดี ผิวสวย และกล้าที่จะโชว์ความเซ็กซี่ภายในงานแต่งของตัวเอง

4.ดีไซน์เรียบหรูแบบมินิมอล

ดีไซน์ชุดที่เรียบหรูในสไตล์มินิมอลคือ ชุดที่ไม่มีกิมมิคหรือลวดลายใดๆ บนชุด เป็นเพียงแค่เนื้อผ้าโทนสีขาวหรือสีชมพูล้วนแบบเรียบที่สุด โดยเนื้อผ้าจะมีลักษณะที่บางเบาเข้าได้กับรูปร่างของเจ้าสาวในทุกไซส์ เน้นเรื่องความเรียบง่ายแต่ดูแพง โดยชุดแต่งงานในลักษณะนี้จะเรียกว่าชุดผ้า Crepe ที่จะมีแพทเทิร์นแบบเดรสยาวและเป็นผ้าที่ไม่มีการตกแต่งใดๆ ทั้งสิ้น แต่จะใช้เป็นลูกเล่นของระบายที่แขน, มีการต่อผ้าให้เป็นผ้าคลุมไหล่ หรือการเปิดโชว์ช่วงอก เป็นต้น

5.ดีไซน์ชุดเจ้าหญิงย้อนยุค

ดีไซน์ของชุดเจ้าหญิงแบบย้อนยุคในช่วงปี 80s ที่จะเน้นเรื่องการใช้แขนตุ๊กตาที่ถือว่าเป็นหนึ่งในแฟชั่นระดับสูง เมื่อสวมใส่แล้วจะให้ความสวยในแบบเรียบหรู เพิ่มความน่ารักสดใสและดูเป็นเจ้าหญิงที่น่าทะนุถนอมมากขึ้น ปัจจุบันมีการนำชุดเจ้าสาวในยุค 80s มาประยุกต์ให้เข้ากับชุดเจ้าสาวรุ่นใหม่ได้อย่างโดดเด่นเลยทีเดียว

6.ดีไซน์กระโปรงหน้าสั้นหลังยาว

ชุดเจ้าสาวกระโปรงหน้าสั้นหลังยาว ที่ด้านหลังจะเป็นเนื้อผ้าแบบซีทรูหรือเนื้อผ้าแบบเรียบหรู ให้ความสวยหรูหราเหมือนเจ้าหญิง ถือว่าเป็นอีกหนึ่งสไตล์ที่ได้รับความนิยมอย่างมากในปี 2020 สำหรับด้านหน้าจะเป็นกระโปรงสั้นที่โชว์เรียวขาสวย เป็นชุดเจ้าสาวยุคใหม่ที่ถูกผสมผสานทั้งความสวยเรียบหรูและความเปรี้ยวภายในหนึ่งเดียว โดยกระโปรงอาจจะเป็นกระโปรงทรงสุ่มสั้นหรือกระโปรงทรงเอก็ได้เช่นกัน

ถ้าคุณกำลังมองหาชุดเจ้าสาวสไตล์เจ้าหญิงที่ให้ดีไซน์สวยเรียบหรู มีความทันสมัยเข้ากับเทรนด์ของปี 2020 ได้เป็นอย่างดี พร้อมทำให้วันสำคัญในชีวิตของเจ้าสาวเป็นวันที่ดีที่สุด ขอแนะนำเว็บไซต์ deeplovewedding.com ศูนย์รวมชุดแต่งงานหลากหลายรูปแบบทั้งชุดไทย, ชุดงานหมั้น, ชุดยกน้ำชา, ชุดถ่ายพรีเวดดิ้ง, ชุดอาฟเตอร์ปาร์ตี้ และชุดแต่งงาน

ที่พร้อมทำให้เจ้าสาวสวยโดดเด่นและเป็นเจ้าหญิงคนสำคัญได้ด้วยประสบการณ์ที่มีความยาวนานกว่า 16 ปี มาพร้อมบทความที่ให้ความรู้แก่เจ้าสาวมือใหม่แบบครบครันในหนึ่งเดียว ให้บริการชุดแต่งงานดีไซน์เด่นที่ทาง Deep Love Wedding ได้คัดสรรมาเป็นอย่างดี ทั้งยังมีทีมงานมืออาชีพที่พร้อมตอบโจทย์ความต้องการของคุณได้อย่างครบครันอีกด้วย

 

 

0 comments

การแต่งงานถือว่าเป็นเรื่องสำคัญในชีวิตของคู่รัก โดยเฉพาะเจ้าสาวที่วันงานจะต้องสวยที่สุด ทำให้การเลือกชุดเจ้าสาวเป็นเรื่องสำคัญ ที่นอกเหนือจากดีไซน์ของชุดต้องสวยเหมาะสมกับรูปร่างแล้ว เรื่องของสีสันก็ต้องช่วยเสริมให้บุคลิกของเจ้าสาวดูเด่นมากยิ่งขึ้น

ซึ่งชุดแต่งงานนั้นมักจะเน้นโทนสีหวานอย่างสีขาวและสีชมพูที่สวยไม่แพ้กัน ทำให้เจ้าสาวบางคนรู้สึกลังเลใจ จะสีขาวหรือสีชมพูดี? แล้วสีแบบไหนที่เหมาะสมต่อผิวกับบุคลิกของตัวเองมากที่สุด วันนี้จึงขอพาสาวๆ ไปดูเสน่ห์และข้อดีของทั้ง 2 สีนี้ เพื่อให้คุณได้ตัดสินใจเลือกสีที่เหมาะสมกับตัวคุณได้มากที่สุด ดังนี้

ชุดเจ้าสาวสีชมพู

ชุดเจ้าสาวสีชมพูจะช่วยทำให้ลูกของผู้สวมใส่มีบุคลิกที่อ่อนหวาน อ่อนโยน มีความสวยลึกซึ้ง เสริมบุคลิกให้คล้ายกับเจ้าหญิง ซึ่งสีชมพูถือว่าเป็นสีที่ดึงดูดสายตาของผู้คนได้ดี เพียงแต่การเลือกใช้สีจะต้องเลือกโทนชมพูอ่อน เพราะถ้าสีชมพูเข้มมากไปอาจจะทำให้กลบ Detail ต่างๆ ที่อยู่บนชุดจนทำให้บุคลิกของเจ้าสาวไม่เด่นได้

ที่สำคัญคือ เรื่องของสีผิว ถ้าคุณเป็นสาวผิวคล้ำหรือผิว 2 สี ควรเลือกเป็นโทนสีชมพูอ่อนสไตล์ชมพูพาสเทล ส่วนสาวผิวขาวสามารถเลือกใส่ได้ตั้งแต่ชมพูกลางไปจนถึงชมพูอ่อน หนึ่งโทนสีชมพูที่กำลังได้รับความนิยม คือ Pink Lemonade ที่มาในสไตล์สีชมพูพีช เป็นสีชมพูที่มีการไล่เฉดสีกันในชุดเดียว ตั้งแต่ชมพูกลางไปจนถึงชมพูอ่อน โดยโทนสีชมพูที่ได้รับความนิยมในการนำมาทำชุดเจ้าสาว มีดังนี้

1.สีชมพูพาสเทลที่มาพร้อมกิมมิกคริสตัลหรือวัสดุที่มีความแวววาวบนชุด ให้ความสวยหรู สง่างาม บุคลิกมีเสน่ห์ โดยจะเหมาะกับสาวผิว 2 สองและสาวผิวคล้ำอย่างมาก

2.สีมชมพูนู้ดแบบเรียบง่าย แต่เน้นเรื่องลวดลายบนเนื้อผ้าหรือลูกเล่นบนชุดจะเหมาะกับสาวผิวขาว, ผิว 2 สี และสาวผิวเข้ม เพราะชมพูนู้ดจะเป็นโทนสีที่เข้าได้กับสาวทุกสีผิว

3.สีชมพูอ่อนที่มากับชุดดีไซน์เรียบง่าย กิมมิกไม่มาก อาจเพิ่มเป็นซีทรูโชว์ความเซ็กซี่เล็กน้อย จะเหมาะกับสาวผิวขาวอย่างมาก

ชุดเจ้าสาวสีขาว

สำหรับชุดแต่งงานสีขาวนั้นใช่ว่าจะเหมาะกับสาวผิวขาวเพียงอย่างเดียว แต่กับสาวผิวเข้มหรือผิวสองสีก็สามารถเลือกใช้ชุดแต่งงานโทนสีขาวได้เช่นเดียวกัน เพราะสีขาวที่คุณเห็นนั้นมีหลากหลายเฉดแตกออกมา โดยสีขาวจะแทนความรู้สึกที่บริสุทธิ์ ให้บุคลิกที่สง่างาม น่าชื่นชม และทำให้ออร่าของเจ้าสาวส่องประกายออกมาอย่างเต็มที่

ซึ่งสีขาวที่เราเห็นกันทั่วไปคนส่วนใหญ่อาจจะคิดว่ามีแค่เพียงโทนสีเดียว แต่สำหรับแฟชั่นแล้วเฉดของสีขาวจะมีหลากหลาย เพื่อให้เหมาะสมกับสีผิวของผู้สวมใส่มากที่สุด ดังนั้นชุดเจ้าสาวจึงถูกดีไซน์ให้มีเฉดสีขาวที่ต่างออกไปด้วยเช่นกัน โดยโทนสีขาวที่ได้รับความนิยมในการทำชุดแต่งงาน มีดังนี้

1.โทนสีสว่างแบบโทน White Bright ออกเป็นสีขาวสว่างบริสุทธิ์ เป็นสีที่เมื่อส่องกับแสงไฟแล้วจะเปล่งประกายเป็นอย่างมาก จะเหมาะกับเจ้าสาวที่มีผิวเข้มหรือผิวสองสี แต่จะไม่เหมาะกับสาวผิวขาวเพราะอาจจะยิ่งทำให้บุคลิกดูจืดลงกว่าเดิมนั่นเอง

2.โทนสีแชมเปญ ไวท์ จะเหมาะกับสาวที่มีผิวขาวอมชมพู เพราะจะเป็นสีขาวที่ผสมสีชมพูอ่อนจึงไม่ออกเป็นขาวมาก เมื่อส่องประกายกับแสงไฟแล้ว จะให้สีที่ดูมีชีวิตชีวามากขึ้น เหมาะกับสาวผิวเข้มออกโทนผิวสีน้ำผึ้งและสาวผิวสองสี

3.โทนสีขาวแบบ IVORY คือ โทนสีออกเฉดขาวนวลที่ไม่ออกขาวมากและไม่ออกขาวชมพู แต่จะเป็นขาวนวลแบบกลางๆ ขาวครีม หรือขาวแบบงาช้าง สีนี้จะเข้ากับสาวทุกสีผิวได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นสาวผิวขาว, ผิวขาวมาก, ผิวขาวอมชมพู หรือสาวผิวเข้มก็สามารถใส่นี้ได้อย่างเหมาะสม

ชุดเจ้าสาวสีชมพู VS ชุดเจ้าสาวสีขาว เลือกแบบไหนดี?

หลังจากที่เราได้หยิบยกเอาข้อดีและเสน่ห์ของแต่ละสีของชุดเจ้าสาวมาแนะนำ ว่าที่เจ้าสาวอย่างคุณก็คงจะพอตัดสินใจได้แล้วว่าระหว่างชุดเจ้าสาวสีชมพูกับสีขาว ควรเลือกแบบไหนดีให้เข้ากับตนเอง โดยอันดับแรกก็ควรพิจารณาในเรื่องของสีผิวก่อนเป็นหลัก จากนั้นก็ดูในเรื่องดีไซน์ของชุดว่าเข้ากันกับรูปร่างแค่ไหน เพื่อให้สวมใส่ออกมาแล้วคุณจะกลายเป็นเจ้าสาวที่งามสง่าดุจเจ้าหญิงตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า

นอกจากนี้ ก็จะต้องเลือกจากความชื่นชอบเป็นประการสำคัญด้วย และอาจจะให้เพื่อนๆ หรือคนรอบตัวพิจารณาเลือกอีกเสียง ว่าชุดใดสีไหนเหมาะสมกับคุณมากที่สุด เพื่อให้วันงานคุณจะกลายเป็นสุดยอดเจ้าสาวที่งดงามและโดดเด่นมากที่สุด

ดังนั้น ถ้าคุณกำลังมองหาโทนสีชุดแต่งงานในแบบโทนสีชมพูและสีขาวที่เหมาะสมกับตัวคุณ แต่ยังตัดสินใจไม่ได้ ลองใช้วิธีการเลือกโทนสีชมพูและสีขาวแบบเฉดสียอดฮิตที่ได้แนะนำภายในบทความนี้ หรือปรึกษากับทางเรา ร้าน deeplovewedding ร้านเช่าชุดแต่งงานที่ให้บริการครบทั้งถ่ายพรีเวดดิ้งแต่งงาน บริการเช่า-ตัดชุดแต่งงาน ทั้งชุดไทยแต่งงาน ตลอดจนแต่งหน้าทำผม ในส่วนของชุดดังกล่าว เพื่อให้เหมาะสมกับสีผิวและบุคลิกของคุณได้มากที่สุด ปรึกษาเรารับรองไม่มีพลาด คราวนี้คุณก็จะโดดเด่นภายในงานแต่งที่ถือว่าเป็นงานสำคัญที่สุดในชีวิตของคุณได้อย่างแน่นอน

0 comments

ชุดเจ้าสาวสีขาวบริสุทธิ์เป็นภาพชินตาในงานแต่งงานทั่วโลก แต่กว่าจะมาเป็นชุดเจ้าสาวที่หลายคนใฝ่ฝันอยากจะได้สวมใส่สักครั้งในชีวิตนั้นมีเรื่องราวซุกซ่อนอยู่มากมาย ซึ่งในวันนี้เราจะพาคุณย้อนเวลากลับไปสำรวจตำนานของชุดเจ้าสาวสีขาวว่ามีที่มาและมีความสำคัญอย่างไร ทำไมจึงต้องเป็นสีขาว เป็นสีอื่นได้ไหม มาหาคำตอบกันพร้อมกันเลย

กำเนิดชุดเจ้าสาวสีขาวในยุควิคต่อเรีย

ประวัติความเป็นมาของชุดเจ้าสาวสีขาวต้องย้อนกลับไปยังอังกฤษในศตวรรษที่ 15 เมื่อเจ้าหญิงฟิลิปปาแห่งอังกฤษเดินเข้าพิธีแต่งงานกับกษัตริย์เอริคแห่งสแกนดิเนเวียในชุดเสื้อคลุมที่ถักทอด้วยไหมสีขาวและประดับประดาด้วยขนกระรอกและเพียงพอน ก่อนที่ในเวลาต่อมา ราชินีแมรี่แห่งสกอตแลนด์ผู้โด่งดังจะสวมชุดเดรสสีขาวเข้าพิธีแต่งงานกับเจ้าชายโดฟีนแห่งฝรั่งเศส ด้วยเหตุผลที่สีขาวเป็นสีที่พระนางทรงโปรดปราน และไม่ไยดีต่อความเชื่อของชาวฝรั่งเศสว่าสีขาวเป็นสีที่ใช้สำหรับการไว้อาลัย

จะเห็นได้ว่าชุดแต่งงานสีขาวนั้นมีความเกี่ยวพันอย่างลึกซึ้งกับราชสำนักในยุโรป แม้ว่าก่อนหน้ายุควิคตอเรียน (ค.ศ.1837) สีของชุดเจ้าสาวจะไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่สีขาวเท่านั้น หากยังเต็มไปด้วยสีสันต่าง ๆ ตามแต่ความปรารถนาของเจ้าสาว รวมถึงสีดำที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในแถบสแกนดิเนเวีย

ความเปลี่ยนแปลงและหมุดหมายสำคัญในวิวัฒนาการของชุดเจ้าสาวเกิดขึ้นในปี ค.ศ.1840 เมื่อราชินีวิคตอเรียแห่งอังกฤษเข้าพิธีแต่งงานกับเจ้าชายอัลเบิร์ตแห่งแองโกลแซกซอน พระนางได้แต่งชุดเจ้าสาวสีขาวประดับลวดลายลูกไม้ฮอนิตันซึ่งได้รับการบันทึกเผยแพร่ออกไปสู่สาธารณชน ด้วยเหตุนี้ เจ้าสาวบนเกาะอังกฤษจึงเลือกที่จะแต่งองค์ทรงเครื่องตามแบบราชินีของพวกเธอจนกลายเป็นแฟชั่นที่ได้รับการแพร่กระจายไปทั่วทั้งยุโรปในเวลาต่อมา

วิวัฒนาการของชุดเจ้าสาวสีขาวจนถึงปัจจุบัน

นับตั้งแต่ชุดเจ้าสาวสีขาวกลายเป็นธรรมเนียมและแฟชั่นที่ได้รับความนิยมในยุควิคตอเรีย ตลอดช่วงเวลาในประวัติศาสตร์ ชุดดังกล่าวก็ได้รับการแต่งเสริมเพิ่มแต่งมากมายตามเทรนด์แฟชั่นของแต่ละยุคสมัย ไม่ว่าจะเป็นในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 ที่มีการเพิ่มลูกไม้ ดิ้นเงินดิ้นทอง และจีบขอบขึ้นมาให้มีความสวยงามยิ่งขึ้น หรือการสลับไปมาระหว่างเทรนด์ชุดเจ้าสาวแบบสั้นกับแบบยาว ซึ่งเป็นเรื่องปกติสำหรับวงการแฟชั่นที่มีบางช่วงเวลาที่ความเป็นวินเทจจะถูกดึงกลับมาให้ได้รับความนิยมอีกครั้ง

กระนั้น ไม่ว่าดีไซน์ของชุดเจ้าสาวจะมีการดัดแปลงให้มีความแปลกใหม่แหวกแนวมากขึ้นเพียงใด สิ่งที่ยังคงเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลงคือ สีขาวซึ่งแต่เริ่มเดิมที เป็นสีโปรดของราชินีแมรี่แห่งสกอตแลนด์ กระทั่งถูกตีความใหม่ในบริบทปัจจุบันว่าหมายถึงความบริสุทธิ์ของหญิงสาว แตกต่างจากในอดีตที่สีน้ำเงินจะถูกใช้แทนความหมายดังกล่าว

ชุดเจ้าสาวสีขาวในตะวันออก

สำหรับชุดเจ้าสาวสีขาวที่ได้รับการเผยแพร่เข้ามาในประเทศไทย ส่วนใหญ่ได้รับอิทธิพลจากชาติตะวันตกที่นับถือคริสต์ศาสนา อย่างไรก็ตาม ก็มีชุดเจ้าสาวของหลากหลายประเทศในเอเชียเช่นเดียวกันที่อาจส่งแรงบันดาลใจให้มีการปรับเปลี่ยนดีไซน์ของชุดเจ้าสาวในไทย โดยเฉพาะชุดกิโมโนสีขาวของเจ้าสาวชาวญี่ปุ่นที่แสดงออกถึงความบริสุทธิ์ ความเยาว์วัย และความไร้เดียงสา ซึ่งเจ้าสาวจะเปลี่ยนจากกิโมโนสีขาวเป็นสีแดงหลังเสร็จสิ้นพิธีแต่งงานเป็นสัญลักษณ์ของการสละโสดนั่นเอง

สำหรับชุดเจ้าสาวของไทยก็มีความหมายไม่แตกต่างกันมากนัก เพียงแต่อาจจะไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่สีขาวอย่างเดียว แต่อาจใช้ชุดโทนสีอ่อนที่ให้ความรู้สึกนุ่มนวล อ่อนหวาน แต่ในขณะเดียวกันก็สะท้อนให้เห็นถึงความบริสุทธิ์ของหญิงสาวในวัยผลิบานที่พร้อมเข้าสู่การเป็นผู้ใหญ่เต็มตัว ด้วยการแต่งงานออกเรือนไปมีครอบครัวของตนเอง

ความสำคัญของชุดเจ้าสาวสีขาว  

ตามที่เราได้ทราบประวัติความเป็นมาของชุดเจ้าสาวสีขาวมาแล้วนั้น ทำให้ทราบว่าในประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา ชุดเจ้าสาวไม่มีความจำเป็นต้องยึดติดอยู่กับสีขาวแต่อย่างใด หากแต่เป็นไปตามแฟชั่นและกระแสนิยมในแต่ละยุคสมัยที่ทำให้การเข้าสู่พิธีแต่งงานด้วยชุดเจ้าสาวสีขาวเป็นสิ่งที่อินเทรนด์ อย่างไรก็ตาม ชุดเจ้าสาวสีขาวก็มีความหมายและนัยยะสำคัญที่สะท้อนถึงความบริสุทธิ์และสดใสของหญิงสาว ตลอดจนยังเป็นสีที่มีความเป็นสากล เป็นทางการ และเข้ากันได้ดีกับชุดสูทสากลของฝ่ายเจ้าบ่าว

ในความหมายนี้ ชุดเจ้าสาวสีขาวก็ไม่ได้หมายถึงเดรสลูกไม้และผ้าคลุมหน้าตามสไตล์ตะวันตกเพียงอย่างเดียว เพราะชุดไทยแต่งงานก็มีสีขาวให้เลือกมากมายเช่นกัน ยังไม่รวมถึงชุดเจ้าสาวแบบประยุกติ์ที่ผสมผสานแฟชั่นตะวันตกที่ทันสมัยเข้ากับความงดงามอันเป็นเอกลักษณ์ของไทยเข้าด้วยกัน จนออกมาเป็นชุดเจ้าสาวสีขาวที่มีความโดดเด่นเฉพาะตัว เหมาะสมกับการสร้างประสบการณ์อันไม่รู้ลืมให้กับเจ้าสาวในวันสำคัญแห่งชีวิต

ประวัติศาสตร์อันยาวนานของชุดเจ้าสาวสะท้อนให้เห็นว่าแฟชั่นชุดแต่งงานนั้นมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา เช่นเดียวกับวัตถุดิบที่ใช้ในการถักทอและดีไซน์ชุดเจ้าสาวที่มีความซับซ้อนมากยิ่งขึ้น ด้วยเหตุนี้ การออกแบบงานชุดเจ้าสาวก็เปรียบได้กับงานศิลปะชนิดหนึ่งที่สะท้อนคุณค่าของสังคม วัฒนธรรม และความเปลี่ยนแปลงของยุคสมัย

ดังนั้น การเลือกชุดเจ้าสาวจึงต้องมีความพิถีพิถันเป็นอย่างมาก Deeplove Wedding เข้าใจดีถึงความต้องการในสิ่งที่ดีที่สุดของเจ้าสาวทุกคน ฉะนั้น ร้านของเราจึงให้ความสำคัญกับการออกแบบและตัดชุดเจ้าสาวที่มีความโดดเด่น มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร เพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการของเจ้าสาวนั่นเอง

X