fbpx

ตำนานประวัติที่มา และความสำคัญของชุดเจ้าสาวสีขาว

our blog

ตำนานประวัติที่มา และความสำคัญของชุดเจ้าสาวสีขาว

ชุดเจ้าสาวสีขาวบริสุทธิ์เป็นภาพชินตาในงานแต่งงานทั่วโลก แต่กว่าจะมาเป็นชุดเจ้าสาวที่หลายคนใฝ่ฝันอยากจะได้สวมใส่สักครั้งในชีวิตนั้นมีเรื่องราวซุกซ่อนอยู่มากมาย ซึ่งในวันนี้เราจะพาคุณย้อนเวลากลับไปสำรวจตำนานของชุดเจ้าสาวสีขาวว่ามีที่มาและมีความสำคัญอย่างไร ทำไมจึงต้องเป็นสีขาว เป็นสีอื่นได้ไหม มาหาคำตอบกันพร้อมกันเลย

กำเนิดชุดเจ้าสาวสีขาวในยุควิคต่อเรีย

ประวัติความเป็นมาของชุดเจ้าสาวสีขาวต้องย้อนกลับไปยังอังกฤษในศตวรรษที่ 15 เมื่อเจ้าหญิงฟิลิปปาแห่งอังกฤษเดินเข้าพิธีแต่งงานกับกษัตริย์เอริคแห่งสแกนดิเนเวียในชุดเสื้อคลุมที่ถักทอด้วยไหมสีขาวและประดับประดาด้วยขนกระรอกและเพียงพอน ก่อนที่ในเวลาต่อมา ราชินีแมรี่แห่งสกอตแลนด์ผู้โด่งดังจะสวมชุดเดรสสีขาวเข้าพิธีแต่งงานกับเจ้าชายโดฟีนแห่งฝรั่งเศส ด้วยเหตุผลที่สีขาวเป็นสีที่พระนางทรงโปรดปราน และไม่ไยดีต่อความเชื่อของชาวฝรั่งเศสว่าสีขาวเป็นสีที่ใช้สำหรับการไว้อาลัย

จะเห็นได้ว่าชุดแต่งงานสีขาวนั้นมีความเกี่ยวพันอย่างลึกซึ้งกับราชสำนักในยุโรป แม้ว่าก่อนหน้ายุควิคตอเรียน (ค.ศ.1837) สีของชุดเจ้าสาวจะไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่สีขาวเท่านั้น หากยังเต็มไปด้วยสีสันต่าง ๆ ตามแต่ความปรารถนาของเจ้าสาว รวมถึงสีดำที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในแถบสแกนดิเนเวีย

ความเปลี่ยนแปลงและหมุดหมายสำคัญในวิวัฒนาการของชุดเจ้าสาวเกิดขึ้นในปี ค.ศ.1840 เมื่อราชินีวิคตอเรียแห่งอังกฤษเข้าพิธีแต่งงานกับเจ้าชายอัลเบิร์ตแห่งแองโกลแซกซอน พระนางได้แต่งชุดเจ้าสาวสีขาวประดับลวดลายลูกไม้ฮอนิตันซึ่งได้รับการบันทึกเผยแพร่ออกไปสู่สาธารณชน ด้วยเหตุนี้ เจ้าสาวบนเกาะอังกฤษจึงเลือกที่จะแต่งองค์ทรงเครื่องตามแบบราชินีของพวกเธอจนกลายเป็นแฟชั่นที่ได้รับการแพร่กระจายไปทั่วทั้งยุโรปในเวลาต่อมา

วิวัฒนาการของชุดเจ้าสาวสีขาวจนถึงปัจจุบัน

นับตั้งแต่ชุดเจ้าสาวสีขาวกลายเป็นธรรมเนียมและแฟชั่นที่ได้รับความนิยมในยุควิคตอเรีย ตลอดช่วงเวลาในประวัติศาสตร์ ชุดดังกล่าวก็ได้รับการแต่งเสริมเพิ่มแต่งมากมายตามเทรนด์แฟชั่นของแต่ละยุคสมัย ไม่ว่าจะเป็นในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 ที่มีการเพิ่มลูกไม้ ดิ้นเงินดิ้นทอง และจีบขอบขึ้นมาให้มีความสวยงามยิ่งขึ้น หรือการสลับไปมาระหว่างเทรนด์ชุดเจ้าสาวแบบสั้นกับแบบยาว ซึ่งเป็นเรื่องปกติสำหรับวงการแฟชั่นที่มีบางช่วงเวลาที่ความเป็นวินเทจจะถูกดึงกลับมาให้ได้รับความนิยมอีกครั้ง

กระนั้น ไม่ว่าดีไซน์ของชุดเจ้าสาวจะมีการดัดแปลงให้มีความแปลกใหม่แหวกแนวมากขึ้นเพียงใด สิ่งที่ยังคงเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลงคือ สีขาวซึ่งแต่เริ่มเดิมที เป็นสีโปรดของราชินีแมรี่แห่งสกอตแลนด์ กระทั่งถูกตีความใหม่ในบริบทปัจจุบันว่าหมายถึงความบริสุทธิ์ของหญิงสาว แตกต่างจากในอดีตที่สีน้ำเงินจะถูกใช้แทนความหมายดังกล่าว

ชุดเจ้าสาวสีขาวในตะวันออก

สำหรับชุดเจ้าสาวสีขาวที่ได้รับการเผยแพร่เข้ามาในประเทศไทย ส่วนใหญ่ได้รับอิทธิพลจากชาติตะวันตกที่นับถือคริสต์ศาสนา อย่างไรก็ตาม ก็มีชุดเจ้าสาวของหลากหลายประเทศในเอเชียเช่นเดียวกันที่อาจส่งแรงบันดาลใจให้มีการปรับเปลี่ยนดีไซน์ของชุดเจ้าสาวในไทย โดยเฉพาะชุดกิโมโนสีขาวของเจ้าสาวชาวญี่ปุ่นที่แสดงออกถึงความบริสุทธิ์ ความเยาว์วัย และความไร้เดียงสา ซึ่งเจ้าสาวจะเปลี่ยนจากกิโมโนสีขาวเป็นสีแดงหลังเสร็จสิ้นพิธีแต่งงานเป็นสัญลักษณ์ของการสละโสดนั่นเอง

สำหรับชุดเจ้าสาวของไทยก็มีความหมายไม่แตกต่างกันมากนัก เพียงแต่อาจจะไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่สีขาวอย่างเดียว แต่อาจใช้ชุดโทนสีอ่อนที่ให้ความรู้สึกนุ่มนวล อ่อนหวาน แต่ในขณะเดียวกันก็สะท้อนให้เห็นถึงความบริสุทธิ์ของหญิงสาวในวัยผลิบานที่พร้อมเข้าสู่การเป็นผู้ใหญ่เต็มตัว ด้วยการแต่งงานออกเรือนไปมีครอบครัวของตนเอง

ความสำคัญของชุดเจ้าสาวสีขาว  

ตามที่เราได้ทราบประวัติความเป็นมาของชุดเจ้าสาวสีขาวมาแล้วนั้น ทำให้ทราบว่าในประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา ชุดเจ้าสาวไม่มีความจำเป็นต้องยึดติดอยู่กับสีขาวแต่อย่างใด หากแต่เป็นไปตามแฟชั่นและกระแสนิยมในแต่ละยุคสมัยที่ทำให้การเข้าสู่พิธีแต่งงานด้วยชุดเจ้าสาวสีขาวเป็นสิ่งที่อินเทรนด์ อย่างไรก็ตาม ชุดเจ้าสาวสีขาวก็มีความหมายและนัยยะสำคัญที่สะท้อนถึงความบริสุทธิ์และสดใสของหญิงสาว ตลอดจนยังเป็นสีที่มีความเป็นสากล เป็นทางการ และเข้ากันได้ดีกับชุดสูทสากลของฝ่ายเจ้าบ่าว

ในความหมายนี้ ชุดเจ้าสาวสีขาวก็ไม่ได้หมายถึงเดรสลูกไม้และผ้าคลุมหน้าตามสไตล์ตะวันตกเพียงอย่างเดียว เพราะชุดไทยแต่งงานก็มีสีขาวให้เลือกมากมายเช่นกัน ยังไม่รวมถึงชุดเจ้าสาวแบบประยุกติ์ที่ผสมผสานแฟชั่นตะวันตกที่ทันสมัยเข้ากับความงดงามอันเป็นเอกลักษณ์ของไทยเข้าด้วยกัน จนออกมาเป็นชุดเจ้าสาวสีขาวที่มีความโดดเด่นเฉพาะตัว เหมาะสมกับการสร้างประสบการณ์อันไม่รู้ลืมให้กับเจ้าสาวในวันสำคัญแห่งชีวิต

ประวัติศาสตร์อันยาวนานของชุดเจ้าสาวสะท้อนให้เห็นว่าแฟชั่นชุดแต่งงานนั้นมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา เช่นเดียวกับวัตถุดิบที่ใช้ในการถักทอและดีไซน์ชุดเจ้าสาวที่มีความซับซ้อนมากยิ่งขึ้น ด้วยเหตุนี้ การออกแบบงานชุดเจ้าสาวก็เปรียบได้กับงานศิลปะชนิดหนึ่งที่สะท้อนคุณค่าของสังคม วัฒนธรรม และความเปลี่ยนแปลงของยุคสมัย

ดังนั้น การเลือกชุดเจ้าสาวจึงต้องมีความพิถีพิถันเป็นอย่างมาก Deeplove Wedding เข้าใจดีถึงความต้องการในสิ่งที่ดีที่สุดของเจ้าสาวทุกคน ฉะนั้น ร้านของเราจึงให้ความสำคัญกับการออกแบบและตัดชุดเจ้าสาวที่มีความโดดเด่น มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร เพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการของเจ้าสาวนั่นเอง

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked*

X