fbpx

พิธีแต่งงาน

Tag

Archives

0 comments

การแต่งงาน คือการเริ่มต้นใช้ชีวิตร่วมกันแบบครอบครัวทำให้ในพิธีแต่งงานไม่ว่าจะเป็นกลุ่มชนชาติใดส่วนใหญ่จะมีพิธีกรรมที่เป็นความเชื่อว่าเป็นมงคลสำหรับคู่แต่งงาน การประกอบพิธีกรรมต่าง ๆ เหล่านั้นก็เพื่อให้กำลังใจคู่บ่าวสาวว่าการเริ่มต้นชีวิตคู่ต่อไปนี้จะมีแต่สิ่งดี ๆ เข้ามาในชีวิต ธรรมเนียมไทยก็เช่นเดียวกันที่มีความเชื่อเกี่ยวกับสิ่งที่ควรและไม่ควรทำในพิธีแต่งงาน ส่วนจะมีอะไรบ้างนั้น บทความนี้มีคำตอบ

Deal โปรฟ้าผ่า 5 วันเท่านั้น

9 ความเชื่อเกี่ยวกับสิ่งที่ควรและไม่ควรทำในพิธีแต่งงาน

ความเชื่อในพิธีแต่งงานของคนไทย ล้วนแล้วแต่เป็นความเชื่อเพื่อเสริมความเป็นสิริมงคลให้กับคู่บ่าวสาวทั้งสิ้น และความเชื่อในพิธีแต่งงานยังมีทั้งสิ่งที่ควรทำและไม่ควรทำ ดังนี้

 

 

1. ความเชื่อเรื่องฤกษ์ยามการจัดพิธีแต่งงาน
สิ่งที่ควรทำและเป็นความเชื่อที่มีความสำคัญลำดับแรก ๆ ของการจัดงานแต่งงาน ก็คือ    ความเชื่อ
เรื่องฤกษ์ยาม แม้ปัจจุบันจะนิยมจัดตามฤกษ์สะดวกของคู่บ่าวสาวเป็นหลัก ซึ่งส่วนใหญ่เป็นวัยทำงานและมีงานประจำ การถือฤกษ์สะดวกของคู่บ่าวสาวช่วยให้การจัดเตรียมงาน รวมทั้งแขกที่เป็นผู้บังคับบัญชาหรือเพื่อนร่วมงานโดยเฉพาะการทำงานที่อยู่ไกลบ้านได้เดินทางมาร่วมงานได้ เช่น การเลือกจัดงานให้ตรงกับวันเสาร์อาทิตย์หรือช่วงวันหยุดแต่ก็ยังยึดถือความเชื่อเพื่อเสริมความเป็นสิริมงคลให้กับคู่บ่าวสาว นั้นคือนิยมจัดงานแต่งในเดือนคู่ ได้แก่ เดือน 2 เดือน 4 เดือน 6 หรือเดือน 9 เพราะเก้าพ้องเสียงกับคำว่า ก้าว ที่หมายถึงการก้าวไปข้างหน้า ซึ่งมีความหมายที่เป็นสิริมงคลต่อการใช้ชีวิตคู่

 

 

2.ความเชื่อเรื่องฤกษ์ยามที่ไม่ควรจัดพิธีแต่งงาน

เรื่องฤกษ์ยามที่ไม่ควรจัดพิธีแต่งงาน ในอดีตมีหลายความเชื่อ เช่น ไม่จัดงานแต่งงานวันเสาร์ เพราะเป็นวันแรงหากจัดงานมงคลเชื่อว่าจะทำให้ชีวิตพบแต่อุปสรรค ครอบครัวไม่มีความสุข หรือห้ามจัดงานแต่งงานวันพุธ เพราะทางโหราศาสตร์ดาวพุธมีวงโคจรที่ไม่แน่นอน เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา โบราณเชื่อว่าการแต่งงานวันพุธอาจทำการใช้ชีวิตคู่มีการหย่าร้างเกิดขึ้นได้ รวมทั้งห้ามแต่งงานวันพฤหัสบดีที่ถือเป็นวันครู มีความเชื่อว่าหากแต่งงานวันพฤหัสบดีฝ่ายชายจะแพ้ทางฝ่ายหญิง แต่ปัจจุบันฤกษ์ยามที่ไม่ควรจัดพิธีแต่งงานที่ยังคงถือกันอย่างเคร่งครัดก็คือไม่จัดงานพิธีแต่งงานวันพระ และบางความเชื่อจะหลีกเลี่ยงการจัดงานแต่งงานในช่วงเดือนเขาพรรษาอีกด้วย

3.ความเชื่อเรื่องฤกษ์มงคล

นอกจากความเชื่อในเรื่องของฤกษ์ยามการจัดแต่งงานแล้ว ลำดับขั้นตอนพิธีแต่งงานก็ยังถือเรื่องฤกษ์มงคลต่าง ๆ เริ่มจากฤกษ์มงคลในการแห่ขบวนขันหมากมายังบ้านเจ้าสาว ฤกษ์สวมแหวนหมั้นแหวนแต่งงาน ฤกษ์รดน้ำสังข์หรือฤกษ์ส่งตัวเข้าเรือนหอ

 

4.ความเชื่อเรื่องจำนวนพระสงฆ์

งานแต่งงานโดยทั่วไปจะมีพิธีสงฆ์ในช่วงเช้า เพื่อให้บ่าวสาวได้ตักบาตรร่วมขันเพื่อความเป็นสิริ

มงคลในการเริ่มต้นชีวิตครอบครัว จำนวนพระสงฆ์นิยมนิมนต์จำนวน 9 รูป เพราะเชื่อว่าเลข 9 เป็นตัวเลขมงคล หมายถึงความเจริญก้าวหน้า ยกเว้นบริเวณสถานที่คับแคบหรือสถานที่จัดงานไม่อำนวยอาจนิมนต์ พระสงฆ์ทำพิธีเพียง 5 รูปก็ได้เช่นกัน

 

5.ความเชื่อเรื่องตัวเลขมงคล

ในพิธีแต่งงานจะมีความเชื่อเรื่องของฤกษ์ยามและฤกษ์มงคลอยู่ในทุกขั้นตอน ตัวเลขมงคลสำหรับ

ฤกษ์ยามต่าง ๆ ที่ได้มาจากซินแส พระ ตำราโหราศาสตร์ หรือหมอดูดวงชะตาต่าง ๆ แล้ว หากเป็นฤกษ์สะดวกที่คู่บ่าวสาวหรือเจ้าภาพกำหนดขึ้นเองนิยมใช้เลข 9 เป็นตัวเลขมงคล เช่น ฤกษ์ยามอาจกำหนดเวลาช่วง  9 โมง 9 นาที หรือใช้เลข 9 ต่อท้าย เช่น 8 โมง 9 นาที รวมทั้งจำนวนสินสอดก็อาจเลือกเลข 9 ต่อท้ายจำนวนเงิน เช่น ต่อท้ายจำนวนเต็มด้วย 999 บาท 99 บาท หรือ 9 บาท

6.ความเชื่อเรื่องขนมขันหมากและจำนวนขนมขันหมาก

 

 

ขบวนขันหมาก นอกจากประกอบด้วยสินสอดทองหมั้นแล้ว เครื่องขันหมากยังประกอบไปด้วย ต้นกล้วย ต้นอ้อย มะพร้าว กล้วย หัวหมู และขนมต่าง ๆ โดยเครื่องขันหมากจะจัดเป็นคู่ ๆ ส่วนขนมขันหมากนอกจากจัดเป็นคู่แล้ว จำนวนขนมขันหมากทั้งหมดที่จัดมาฝ่ายเจ้าสาวอาจกำหนดให้ฝ่ายเจ้าบ่าวจัดเตรียมมาตามความเชื่อ เช่น 9 คู่ 12  คู่ หรือ 24 คู่

 

7.ความเชื่อเรื่องอาหารและขนมมงคลที่ต้องมีในพิธีแต่งงาน

อาหารและขนมหวานตามความเชื่อที่ต้องจัดถวายพระหรือนำมาเลี้ยงแขกที่มาร่วมงาน ได้แก่

อาหารและขนมที่มีชื่อเป็นมงคล เช่น  ห่อหมก สื่อความหมายให้คู่บ่าวสาว เออออห่อหมกไปกันได้ด้วยดีในทุกเรื่อง ลาบ ขนมจีบ ขนมทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง ขนมถ้วยฟู ข้าวต้มมัด เป็นต้น

 

8.ความเชื่อเรื่องสีของเสื้อผ้าและของตกแต่งที่ไม่ควรเลือกใช้

 

พิธีแต่งงานถือเป็นงานมงคล การสวมใส่เสื้อผ้าเครื่องแต่งกายควรเป็นสีสดใส สีเสื้อผ้าและของตกแต่งแต่งต้องห้ามในงานมงคล เช่นสีดำ หรือสีทึบๆ เช่น น้ำตาลเข้ม เทาดำ หรือสีม่วง เพราะตามความเชื่อสีม่วงเป็นสีของแม่ม่ายหรือสีของคนอกหัก

9.ความเชื่อเรื่องห้ามทำสิ่งของแตกหักในพิธีแต่งงาน

 

ความเชื่อที่และเป็นสิ่งที่ต้องระมัดระวังอย่างมากในพิธีแต่งงาน ก็คือ ห้ามทำแก้ว ถ้วย จาน ชามหรือสิ่งของแตกหัก หากเป็นอุบัติเหตุที่ต้องทำให้สิ่งของเหล่านั้นแตกหักก็จะรีบเก็บทำความสะอาดอย่างเงียบ ๆ

สำหรับความเชื่อเกี่ยวกับสิ่งที่ควรและไม่ควรทำในพิธีแต่งงาน นอกจาก 9 ข้อนี้แล้ว ก็ยังมีเรื่องของความเชื่ออีกมากมายที่ควรทำและไม่ควรทำ แม้จะเป็นความเชื่อที่สืบทอดกันมาตั้งแต่โบราณและบางความเชื่อก็ปรับเปลี่ยนไปตามยุคสมัย อีกทั้งยังถือความสะดวกของคู่บ่าวสาวและของทุกคนเป็นสำคัญ แต่เรื่องของความเชื่อต่าง ๆ ล้วนมีความหมายดี ๆ ที่เป็นสิริมงคลแก่คู่บ่าวสาวแฝงอยู่ทั้งสิ้น

0 comments

การจัดงานแต่งงาน สิ่งที่แขกทุกคนโพกัสก็คือความสวยหล่อดูดีของคู่บ่าวสาว เสื้อผ้าชุดแต่งงานที่เจ้าบ่าวเจ้าสาวเลือกสวมใส่ มีหลากหลายแบบหลายสไตล์ และยังเป็นส่วนที่มีค่าใช้จ่ายสูงมาก โดยเฉพาะชุดแต่งงานของเจ้าสาวทั้งชุดไทยที่นิยมสวมใส่ในช่วงพิธีเช้า และชุดสำหรับงานเลี้ยงกลางคืน แต่ก็เชื่อว่าเจ้าสาวทุกคนยินดีและยอมเสียค่าตัดชุดหรือเช่าชุดแต่งงานในราคาแพง ๆ เพื่อให้สวยโดดเด่นในวันพิเศษซที่เป็นวันสำคัญในการเริ่มต้นชีวิตคู่

ชุดเจ้าสาวแบบเดียวกัน ทำไมราคาต่างกัน?

การวางแผนแต่งงาน ส่วนที่ยุ่งยากและเจ้าสาวให้ความสำคัญมากที่สุดก็คือการเลือกชุดแต่งงาน ที่มีทั้งการสั่งตัดใหม่ตามแบบที่เจ้าสาวต้องการน ตัดเช่าที่เจ้าสาวได้สวมใส่เป็นคนแรกและตัดตามแบบที่ต้องการแต่หลังจากเสร็จงานหรือสวมใส่แล้ว ชุดแต่งงานตกเป็นของทางร้าน และอีกหนึ่งวิธีคือการเลือกชุดแต่งงานจากร้านให้เช่าที่ปัจจุบันได้รับความนิยมอย่างมาก

นอกจากการเช่าชุดแต่งงานจากร้านให้เช่าแทนการตัดใหม่หรือตัดเช่าที่มีค่าใช้จ่ายสูงมาก  สำหรับคู่บ่าวสาวที่เลือกใช้บริการจากธุรกิจพรีเวดดิ้ง ส่วนใหญ่ให้บริการครอบคลุมครบทุกขั้นตอนรวมทั้งมีชุดแต่งงานให้เช่าพร้อมช่างแต่งหน้าไว้บริการ ทำให้การวางแผนแต่งงานในปัจจุบันเป็นเรื่องง่าย แต่ที่เจ้าสาวหลายคนสงสัยก็คือ “ชุดแบบเดียวกัน ทำไมราคาต่างกัน” ราคาค่าเช่าชุดแต่งงานหรือสั่งตัดที่แตกต่างกันขึ้นอยู่กับปัจจัยต่อไปนี้

  1. การออกแบบชุดและการเลือกวัสดุตกแต่ง

ไอเดียการออกแบบชุดแต่งงานแบบสั่งตัด หากเจ้าสาวยังไม่มีรูปแบบชุดแต่งงานที่ต้องการ และให้ทางร้านเป้นฝ่ายออกแบบ รวมทั้งชุดที่ออกแบบมีรายละเอียดของชุดที่ต้องใช้วัสดุตกแต่ง เพื่อเพิ่มความระยิบวิบวับให้กับชุด เช่น ชุดแต่งงานแบบปักเลื่อมด้วย มุก คริสตัล หรือตกแต่งด้วยลูกไม้ ปัจจัยเหล่านี้ทั้งการออกแบบวัสดุที่ใช้ตกแต่ง ความละเอียดอ่อน การใช้ระยะเวลาในการปักเลื่อม ล้วนเป็นตัวกำหนดราคาทำให้ค่าเช่าหรือค่าตัดชุดมีราคาที่แตกต่างกัน

  1. การเลือกเนื้อผ้า

ชุดแต่งงานที่ออกแบบเหมือนกันทุกประการ แต่เลือกใช้ผ้าในการตัดเย็บแตกต่างกัน ก็ทำให้ชุด

แต่งงานชุดนั้นมีราคาแตกต่างกันได้ ชุดเจ้าสาวส่วนใหญ่ตัดเย็บจากผ้าหลายชนิด มีทั้งเนื้อผ้าที่นุ่มบางเบา หรือบางชุดอาจตัดจากผ้าเนื้อหนาทั้งตัว เช่น ซิลค์ซาติน ดัชเชสซาติน ซิลค์ทาฟต้า ซิลค์ออร์แกนซา ซิลค์จอร์เจีย ซิลค์ชีฟอง และผ้าลูกไม้

  1. แตกต่างกันที่เครื่องประดับ

ราคาค่าชุดแต่งงาน ทั้งชุดแต่งงานที่สั่งตัดใหม่ ตัดเช่า หรือเลือกชุดแต่งงานจากร้านเช่า และใช้

บริการเช่าชุดจากธุรกิจพรีเวดดิ้ง ราคาอาจแตกต่างกันที่การบริการ บางแห่งอาจจัดเครื่องประดับที่เข้ากับชุดแต่งงานมาให้สวมใส่เพื่อให้เข้าชุดกัน

งานแต่ง เจ้าสาวควรใช้ชุดแต่งงานกี่ชุด

“งานแต่ง เจ้าสาวควรใช้ชุดแต่งงานกี่ชุด” เชื่อว่าเป็นคำถามที่อยู่ในใจของว่าที่เจ้าสาวหลายคน ในความเป็นจริงจำนวนชุดแต่งงานที่เจ้าสาวต้องจัดเตรียม ขึ้นอยู่กับความต้องการของเจ้าสาวและพิธีแต่งงานแต่ละรูปแบบ เช่น

  • พิธีแต่งงานแบบไทย จะมีพิธีสงฆ์ในช่วงเช้า และหลั่งน้ำสังข์ หากมีงานเลี้ยงเจ้าสาวอาจ

จัดเตรียมชุดแต่งงานทั้งหมด 2-3 ชุด  คือชุดสำหรับใส่บาตรพระ แล้วเปลี่ยนเป็นชุดสำหรับหลั่งน้ำสังข์หรือจะใช้ชุดเดียวกับชุดตักบาตรก็ได้ และชุดสำหรับงานเลี้ยง

  • พิธีแต่งงานแบบไทย ผสมพิธีจีนที่ต้องมีการยกน้ำชา อาจจัดเตรียมไว้ 3 ชุด ได้แก่ชุดพิธีเช้า

ตั้งแต่ใส่บาตรและหลังน้ำสังข์ จากนั้นเปลี่ยนเป็นชุดเดรสสั้น หรือกี่เพ้า ออกมายกน้ำชาและเลี้ยงเที่ยง และอีกหนึ่งชุดสำหรับงานเลี้ยงในช่วงค่ำ

  • งานแต่งเช้าและทานเลี้ยงช่วงเที่ยง อาจจัดเตรียมชุดแต่งงานเพียงชุดเดียวได้เลย

สำหรับการจัดเตรียมชุดแต่งงานของคู่บ่าวสาว จำนวนชุดไม่ได้มีกำหนดตายตัวว่าต้องจัดเตรียมไว้กี่ ชุด ขึ้นอยู่กับความพร้อมของคู่บ่าวสาวเป็นสำคัญ

0 comments

สำหรับเจ้าสาว กักตัวอยู่บ้าน ต้องดูแลปรนนิบัติผิวยังไง

                จากวิกฤตไวรัสโควิด-19 ทำให้กำหนดงานแต่งหรือการวางแผนแต่งงานของบ่าวสาวหลายคู่ ต้องเลื่อนระยะเวลาการจัดงานแต่งออกไปโดยไม่มีกำหนดเวลา การเข้าคอร์ดูแลปรนนิบัติผิวก็ทำได้ยาก นอกจากสถานเสริมความงามหรือธุรกิจสปาปิดให้บริการ ว่าที่เจ้าสาวยังต้องกักตัวอยู่บ้านหรือ “Work From Home”  แต่ในวิกฤตย่อมมีโอกาส เพราะบทความนี้มีวิธีปรนนิบัติผิวและสูตรบำรุงผิวด้วยสมุนไพรที่สามารถทำได้ด้วยตัวเองมาแนะนำ

 

วิธีปรนนิบัติผิว ช่วงกักตัวอยู่บ้าน

ช่วงที่ไม่สามารถออกไปทำกิจกรรมนอกบ้านได้บ่อย ๆ ในช่วงกักตัวหรือต้อง Work From Home ทำงานอยู่ที่บ้าน สำหรับเจ้าสาวสามารถบำรุงดูแลและปรนนิบัติผิวได้หลายวิธี ได้แก่

  1. หลบเลี่ยงแสงแดดช่วงแดดแรง ๆ

การทำงานอยู่ที่บ้านทำให้มีเวลามากขึ้น การเผชิญแสงแดดแรง ๆ ในช่วง 11 โมง ถึง 4 โมงเย็นเกิดขึ้น

ได้ง่าย ต่างจากการทำงานอยู่ในออฟฟิศซึ่งส่วนใหญ่จะทำงานอยู่ในห้องแอร์  วิธีปรนนิบัติผิว ช่วงกักตัวอยู่บ้าน ควรหลบเลี่ยงแสงแดดช่วงแดดแรง ๆ โดยการทำงานอยู่ภายในบ้าน

  1. ทาครีมกันแดดและครีมบำรุงผิวอย่างสม่ำเสมอ

แม้ทำงานอยู่ภายในบ้าน ไม่ได้ออกไปเผชิญแสงแดด ก็ต้องหมั่นบำรุงดูแลผิวพรรณ โดยการทาครีมกัน

แดด ครีมบำรุงผิวหน้าและผิวกายอย่างสม่ำเสมอ  เพราะการอยู่ในที่ร่มก็ไม่ได้หมายความว่าผิวหน้าและผิวกายจะปลอดภัยจากแสง ยูวี ไม่ว่าจะเป็นแสงไฟจากหลอดนีออน รังสีจากโทรศัพท์มือถือ ตอมพิวเตอร์ หรือทีวี

  1. กินอาหารที่มีประโยน์

การกินอาหารที่มีประโยชน์ มีสารอาหารที่ช่วยบำรุงผิวพรรณ นอกจากเป็นการดูแลสุขภาพจากภายในสู่ภายนอกแล้ว ยังช่วยให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งสดใสอย่างเป็นธรรมชาติ เช่น ทานผัก ผลไม้ หลากหลายชนิดหมุนเวียนกันไปเพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหารอย่างสมดุล

  1. ดื่มน้ำให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย

ควรดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 8-10 แก้ว เพราะน้ำเป็นส่วนประกอบสำคัญในการปรับสมดุลของร่างกาย

การดื่มน้ำควรใช้วิธีจิบน้ำบ่อย ๆ ให้ครบตามปริมาณที่ร่างกายต้องการในแต่ละวัน หากร่างกายขาดน้ำจะทำผิวพรรณแห้งกร้านและเกิดริ้วรอยได้ง่าย

  1. นอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอ

การนอนหลับ เป็นการพักผ่อนที่จำเป็นสำหรับร่างกาย เพราะนอกจากช่วยให้กระบวนการต่าง ๆ ใน

ร่างกายทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ การนอนหลับพักผ่อนอย่างเต็มตื่นยังทำให้รู้สึกกระปรี้กระเปร่าในช่วงตอนเช้า ช่วยให้ใบหน้าแลดูสดใส  ผิวพรรณไม่หมองคล้ำ

  1. ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

ว่าที่เจ้าสาวที่เตรียมวางแผนแต่งงาน หรืองานแต่งถูกเลือนเนื่องจากไวรัสโควิด -19 ทำให้ต้องกักตัวอยู่

บ้าน การออกกำลังกายทำได้ง่ายและสะดวกขึ้น เช่น การออกกำลังกายในช่วงเช้า ๆ หรือหลังจาก 5 โมงเย็นไปแล้ว ทำให้ไม่ต้องเผชิญกับแสงแดดแรง ๆ ข้อดีของการออกกำลังกาย ช่วยให้กล้ามเนื้อกระชับรูปร่างสมส่วน ทำให้สวมใส่ชุดแต่งงานได้สวย

สูตรสปาผิวหน้าผิว ด้วยขมิ้นชัน

สิ่งที่ต้องเตรียม

  1. น้ำมันหอมระเหยกลิ่นที่ชื่นชอบ
  2. ขมิ้นชันสด 200 กรัม หรือขมิ้นผง
  3. ดินสอพอง 10 ก้อน
  4. มะนาว 2 ผล
  5. โถปั่นหรือเครื่องบดละเอียด

วิธีใช้

  1. นำขมิ้นชันสดมาล้างแล้วหั่นเป็นชิ้นๆ กรณีใช้ขมิ้นผงสามารถใส่ลงในโถปั่น พร้อมดินสอพอง น้ำ

มะนาว แล้วปั่นละเอียดเป็นเนื้อเดียวกัน หากเหนียวเกินไปเพิ่มน้ำมะนาวหรือน้ำเปล่าได้เล็กน้อย

  1. นำส่วนผสมที่ได้มาพอกบริเวณผิวหน้า เว้นรอบดวงตาและบริเวณริมฝีปาก บริเวณแขน ขา และผิว

กาย  โดยพอกทิ้งไว้ 15-20 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด

  1. สูตรส่วนผสมที่ได้สามารถเก็บไว้ในตู้เย็นใช้ได้หลายครั้ง อาจแบ่งพอกผิวทีละส่วน เช่น พอก

ผิวหน้า แล้วพอกผิวกาย ทำเป็นประจำภายใน 2-3 สัปดาห์จะเริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลงได้อย่างชัดเจน เช่น ผิวนุ่ม เนียน และใส

  1. ช่วงพอกทิ้งไว้ อาจสร้างบรรยากาศด้วยการหยดน้ำมันหอมระเหยลงในอ่างน้ำ ตั้งไว้ใกล้ๆ ขณะ

พอกหน้า กลิ่นหอมของน้ำมันหอมระเหยจะช่วยให้รู้สึกสดชื่นผ่อนคลาย

เจ้าสาวที่ต้องเลื่อนการแต่งงานเนื่องจากวิกฤตไวรัสโตวิด หรือกำลังวางแผนแต่งงาน ช่วงกักตัวอยู่บ้าน และสถานเสริมสวยหรือร้านนวดสปาปิดให้บริการ สูตรสปาผิวด้วยขมิ้นชัน เป็นการบำรุงดูแลผิวที่มีขั้นตอนไม่ยุ่งยากก นอกจากทำได้ด้วยตนเองสูตรส่วนผสมยังเป็นพืชสมุนไพรที่หาได้ทั่วไป

X