fbpx

Deeplove

All posts by

Archives

0 comments

การแต่งงานถือว่าเป็นเรื่องสำคัญที่สุดในชีวิตของคู่บ่าว-สาว ดังนั้นการจัดงานแต่งและขั้นตอนต่าง ๆ จะต้องเป็นไปอย่างถูกต้องและสร้างความประทับใจให้กับทั้งคู่บ่าวสาวและผู้ร่วมงาน นอกจากนี้สถานที่จัดงานแต่งงานก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งเรื่องสำคัญที่จะต้องมองหาสถานที่ให้ตรงใจทั้งคู่บ่าว-สาวและผู้ที่มาร่วมงาน มีการเดินทางที่สะดวก, ปลอดภัย และจัดงานแต่งได้อย่างมีความสุขที่สุด ซึ่งถ้าคุณกำลังมองหาสถานที่สำหรับจัดงานแต่งในกรุงเทพฯ ให้บรรยากาศสุดเลิศ และประหยัดงบได้ดี สามารถติดตามต่อได้จากภายในบทความนี้

รวมไว้แล้ว! 8 สถานที่จัดงานแต่งงานใน กทม. บรรยากาศดี ราคาน่าพึงพอใจ

สำหรับผู้ที่กำลังมองหาสถานที่จัดงานแต่งงานภายในกรุงเทพฯ ที่ให้บรรยากาศดี แต่ราคาไม่สูงมากและน่าพึงพอใจ ขอแนะนำ 8 สถานที่สำหรับการจัดงานแต่งในกรุงเทพฯ ที่ไม่ทำให้คุณผิดหวังและราคาไม่เกินกว่า 300,000 บาทแน่นอน คือ

1.Museum Wedding

ถ้าคุณชื่นชอบสถานที่จัดงานแต่งงานสไตล์คลาสสิคที่ผสมผสานระหว่างสถาปัตยกรรมไทยและต่างประเทศ ในรูปแบบของ Colonial ตั้งแต่ยุคสมัยของรัชกาลที่ 5 Museum Wedding เป็นหนึ่งในผู้ให้บริการจัดงานแต่งย่านถนนบรมราชชนนีที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของคุณได้ครบถ้วนแน่นอน โดยมีพื้นที่จัดงานเช้าและงานเลี้ยงที่รองรับแขกได้สูงสุดถึง 400 ท่าน พร้อมการจัดเตรียมสถานที่ถ่ายพรีเวดดิ้งในจุดต่าง ๆ ของ Museum Wedding ที่ถูกทำขึ้นเพื่องานแต่งโดยเฉพาะ ราคาเริ่มต้นของการจองสถานที่และการจัดงานเพียงแค่ 179,000 บาทเท่านั้น

2.โรงแรมอวานี เอเทรียม

สำหรับบ่าว-สาวที่ชื่นชอบความหรูหราและทันสมัย ขอแนะนำการจัดงานที่โรงแรมอวานี เอเทรียม ในย่านถนนเพชรบุรีตัดใหม่ อยู่ใจกลางเมืองจึงเดินทางได้สะดวกและรองรับที่จอดรถจำนวนมาก มีห้องจัดเลี้ยงงานแต่งที่สามารถออกแบบได้ทุกงานตามที่คุณต้องการ ทั้งยังจัดงานปาร์ตี้แบบสุดหรู ปาร์ตี้สนุกสนาน และงานต่าง ๆ ได้อย่างเหมาะสม มีบริการอาหารหลากหลายสไตล์ที่คุณเลือกได้ ราคาของการเช่าสถานที่เริ่มต้นเพียง 169,000 บาท

3.เรือนไทย ลลิตา กรุ๊ป

เรือนไทยลลิตาบริการสถานที่จัดงานแต่งงานทั้งพิธีเช้าและพิธีการแห่ขันหมาก รวมไปถึงการรดน้ำสังข์ พร้อมไปด้วยเซตอาหารให้คุณแบบครบถ้วนในหนึ่งเดียว ราคาเริ่มต้นของเรือนไทยแต่ละหลังเพียง 99,000 บาท มีให้เรือนไทยหลายรูปแบบและมีเมนูอาหารให้เลือกอย่างหลากหลาย คุณจึงสามารถที่จะจัดงานแต่งในช่วงเช้าได้สะดวกและเข้าธีมที่คุณเลือกได้อย่างตรงใจ

cr..happywedding

4.Cinnamon Residence

สำหรับผู้ที่อยู่ในย่านวิภาวดีรังสิต ขอแนะนำสถานที่จัดงานแต่งงานที่ให้การเดินทางสะดวกอย่างซินนาม่อน เรสซิเดนซ์ ใกล้กับทางด่วนโทลเวย์ พร้อมไปด้วยพื้นที่จอดรถที่มีให้อย่างครบครัน โดยห้องจัดเลี้ยงนั้นจะมาในสไตล์โมเดิร์นที่ให้ความเท่ของการเป็น Loft เหมาะสำหรับคู่รักรุ่นใหม่ที่ต้องการแต่งงานแบบเรียบง่ายแต่ดูดี นอกจากนี้คุณยังสามารถแต่งแบบ Rustic ที่เพิ่มความเท่ได้มากขึ้น โดยจำกัดจำนวนแขกสูงสุด 200 ท่าน ในราคาเริ่มต้นเพียง 135,000 บาทเท่านั้น

5.Mandarin Hotel

อีกหนึ่งสถานที่จัดงานแต่งงานใจกลางกรุงที่ให้การเดินทางสะดวกและพร้อมไปด้วยพื้นที่จอดรถ อยู่ใกล้สถานีรถไฟฟ้า MRT สามย่านและมีเส้นถนนพระราม 4 ที่มาสู่สถานที่จัดงานได้อย่างสะดวกในระยะเวลาเพียงแค่ไม่กี่นาที คือ โรงแรมแมนดาริน กรุงเทพฯ สามย่าน สามารถรองรับแขกผู้มางานได้มากถึง 1200 ท่าน และมีแพ็คเกจสำหรับการจัดงานแต่งหลากหลายรูปแบบให้คุณได้เลือกตามความชอบ มาพร้อมบริการที่ครบครันในหนึ่งเดียวและนำเสนอไอเดียการแต่งงานที่ตรงกับงบประมาณของคุณได้มากที่สุดอีกด้วย โดยราคาเริ่มต้นเพียงแค่ 110,000 บาทเท่านั้น

6.Novotel Bangkok

โรงแรมโนโวเทล บางนา เป็นอีกหนึ่งโรงแรมชื่อดังที่ขึ้นชื่อในเรื่องของสถานที่จัดงานแต่งงาน เดินทางได้สะดวกด้วยถนนศรีนครินทร์ โดยจะอยู่ช่วงแยกอุดมสุขบางนาและมาพร้อมพื้นที่จอดรถให้อย่างครบถ้วน มีห้องจัดงานเลี้ยงที่คุณสามารถเข้าไปสร้างบรรยากาศในแบบที่คุณต้องการได้ รองรับแขกได้ถึง 500 ท่าน และมีแพ็คเกจสำหรับการจัดงานแต่งให้คุณได้เลือกอย่างหลากหลาย มีอาหารที่คุณสามารถเลือกได้ตามความต้องการ แม้แต่อาหารที่ถูกต้องตามหลักศาสนาอย่างอาหารจัดเลี้ยงฮาลาล สำหรับศาสนาอิสลามก็มีให้ด้วยเช่นกัน โดยราคาเริ่มต้นเพียง 150,000 บาท

7.Amdaeng Bangkok Riverside

ถ้าชื่นชอบบรรยากาศสบาย ๆ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ให้ความสวยทั้งในยามเย็นและยามค่ำคืน ขอแนะนำสถานที่จัดงานแต่งอย่างโรงแรม Amdaeng Bangkok Riverside ซึ่งถือว่าเป็นจุดแต่งงานที่กำลังได้รับความนิยม เพราะด้วยบรรยากาศริมน้ำที่สามารถมองเห็นทั้งสองฝั่งได้อย่างชัดเจน ให้ความเย็นสบาย โดยทางโรงแรมมีแพ็คเกจสำหรับการจัดงานให้โดยเฉพาะ คุณจึงสามารถเลือกได้ตามงบประมาณที่คุณมี ราคาเริ่มต้นในการเช่าพื้นที่เพียงแค่ 100,000 บาทเท่านั้น

8.Ramada Plaza

อีกหนึ่งสถานที่จัดงานแต่งงานริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่ได้รับความนิยมด้วยเช่นกัน คือ รามาดา พลาซ่า โรงแรมหรูที่ตั้งอยู่บนถนนเจริญกรุง สามารถจัดงานแต่งได้อย่างสบายใจและอินไปกับบรรยากาศเย็นสบายริมน้ำ ด้วยราคาเริ่มต้นเพียง 99,999 บาท สามารถจัดงานได้ทั้งแบบสไตล์บุฟเฟ่ต์ ค็อกเทล และจัดเลี้ยงฉลองต่าง ๆ ตามแบบที่คู่บ่าว-สาวต้องการ ตกแต่งสถานที่ได้และสามารถจองห้องฮันนีมูนพร้อมอาหารเช้าได้อีกด้วย รองรับแขกได้สูงสุดถึง 460 ท่าน มีทั้งโซน Outdoor และ Indoor ให้คุณได้เลือกใช้บริการอย่างเต็มที่

ถ้าคุณกำลังสนใจสถานที่จัดงานแต่งงานที่ดีที่สุดและไม่เปลืองงบเกินไป ขอแนะนำสถานที่จัดงานแต่งทั้ง 8 แห่งนี้ ที่นอกจากจะให้บรรยากาศดีเยี่ยมแล้ว ยังให้การเดินทางที่สะดวกและรวดเร็ว พร้อมการจัดงานแต่งที่ช่วยประหยัดงบ แต่ให้บรรยากาศได้ตรงใจทั้งคู่บ่าว-สาวอย่างแน่นอน

0 comments

การถ่ายพรีเวดดิ้งเป็นอีกหนึ่งหัวใจสำคัญก่อนการเกิดงานแต่ง ดังนั้นไม่ว่าจะคู่รักคู่ใดก็ตามย่อมจะต้องมีการถ่ายพรีเวดดิ้งในแบบที่ตัวเองชื่นชอบไว้ เพื่อเก็บเป็นความทรงจำที่ดี สำหรับคู่รักเจ้าเนื้อก็สามารถถ่ายพรีเวดดิ้งสไตล์เกาหลี สำหรับคนอ้วนที่ถือว่าเป็นเทรนด์มาแรงได้ด้วยเช่นกัน ซึ่งถ้าคุณสนใจสามารถติดตามต่อได้จากภายในบทความนี้

มาแรง! ถ่ายพรีเวดดิ้งสไตล์เกาหลี สำหรับคนอ้วน 

ถ้าคุณเป็นคู่รักเจ้าเนื้อที่กำลังมองหารูปแบบการถ่ายพรีเวดดิ้งให้เหมาะสมและตรงตามความต้องการ ขอแนะนำการถ่ายพรีเวดดิ้งสไตล์เกาหลี สำหรับคนอ้วนที่ถือว่าเป็นเทรนด์มาแรงอย่างมากในปัจจุบัน คือ

1.เทรนด์เรียบง่าย

cr.pinterest

สายเกาหลีตัวจริงจะรู้ดีว่าการถ่ายภาพต่าง ๆ ของประเทศเกาหลีจะเน้นความเรียบง่ายเป็นหลัก ดังนั้นการถ่ายพรีเวดดิ้งสไตล์เกาหลี สำหรับคนอ้วน จึงเน้นที่โทนเรียบง่ายด้วยเช่นกัน เพียงแค่ในฉากมีคู่ว่าที่บ่าว-สาวและมีพร็อพเป็นกระถางต้นไม้เพียงเล็กน้อย ก็สามารถถ่ายออกมาสวยและดูดีเป็นอย่างมาก ส่วนโทนสีที่ใช้ในการถ่ายทำมักจะออกเป็น Pantone และ Pastel ที่ให้สีแบบผู้ใหญ่ ดูสดใส หวานละมุน และสื่อถึงความรักที่มีความมั่นคง ซึ่งการถ่ายภาพพรีเวดดิ้งสไตล์เกาหลีในโทนเรียบง่ายนี้ถือว่ากำลังเป็นเทรนด์มาแรงเลยทีเดียว

2.เทรนด์เรียบหรู

cr.pinterest

การถ่ายพรีเวดดิ้งในโทนเรียบหรูเป็นอีกหนึ่งเทรนด์นิยมของเกาหลีด้วยเช่นกัน โดยจะเป็นการใส่ชุดสูท ชุดราตรี และใส่มงกุฎที่เปรียบเสมือนความรักดั่งเจ้าหญิงและเจ้าชายในพระราชวัง รวมไปถึงการถ่ายภายในสถานที่อันสุดแสนหรูหราและอลังการด้วยชุดสวยและหล่อของทั้งคู่ว่าที่บ่าว-สาว พร้อมการจัดเต็มชุดเครื่องเพชรหรืออาจจะใช้เป็นพื้นหลังโทนเรียบง่าย แต่ชุดของคู่รักจะสื่อออกมาในแบบดีไซน์เรียบหรูสุด ๆ ซึ่งผู้ที่เป็นคู่รักเจ้าเนื้อสามารถถ่ายภาพด้วยไอเดียนี้ได้อย่างเหมาะสมแน่นอน

3.เทรนด์คลาสสิค

cr.pinterest

โทนคลาสสิคของการถ่ายพรีเวดดิ้งสไตล์เกาหลี สำหรับคนอ้วน สามารถเลือกใช้ได้ตั้งแต่โซนคลาสสิคในยุค Sixty-Seventy หรือโทนคลาสสิคที่ย้อนยุคไปสู่เกาหลีโบราณที่มีการใส่ชุดประจำชาติ ก็สามารถถ่ายเป็นภาพพรีเวดดิ้งได้อย่างสวยงาม แต่สำหรับเทรนด์ของเกาหลีแล้วจะนิยมถ่ายภาพพรีเวดดิ้งสุดคลาสสิคที่ย้อนไปสู่ยุคสมัยช่วง 60s-70s ที่ถือว่าเป็นยุคแห่งแฟชั่น โดยได้รับความนิยมทั้งแฟชั่นเสื้อผ้า, การทำผม และการแต่งหน้า ที่นำมาผสมผสานกับแฟชั่นยุคสมัยใหม่ได้อย่างลงตัวเลยทีเดียว

4.เทรนด์แม็กกาซีน

cr.pinterest

เทรนด์แม็กกาซีน คือ การจัดฉากและการแต่งหน้า, แต่งชุด, ทำผม และแต่งหน้า ให้ประหนึ่งเหมือนคู่บ่าว-สาวเป็นนายแบบและนางแบบบนหนังสือแม็กกาซีนชื่อดัง ถือว่าเป็นอีกหนึ่งเทรนด์ถ่ายพรีเวดดิ้งสไตล์เกาหลี สำหรับคนอ้วนที่มีความเก๋เป็นอย่างมาก เพราะนอกจากคุณจะได้ภาพความประทับใจของการเป็นพรีเวดดิ้งแล้ว ยังได้รูปที่เปรียบเสมือนคนทั้งคู่ขึ้นปกนิตยสารชื่อดังจริง ได้เปลี่ยนเสื้อผ้าหลายแนวและหลายโทน สามารถเก็บภาพเก๋ ๆ เหล่านี้ไว้เพื่อเป็นความทรงจำที่ยอดเยี่ยมเลยทีเดียว

5.เทรนด์ K-Drama

cr.pinterest

อีกหนึ่งเทรนยอดนิยมของการถ่ายพรีเวดดิ้งสไตล์เกาหลี สำหรับคนอ้วน คือ การถ่ายแบบเทรนด์ K-drama นั่นคือการนำคุณและคนรักมาแต่งตัวเป็นพระเอก-นางเอกภายในซีรีย์ชื่อดังของเกาหลี  โดยคุณสามารถที่จะเลือกเรื่องที่คุณประทับใจแล้วแปลงตัวเองให้เป็นพระเอกและนางเอกในซีรีย์เรื่องนั้น ๆ พร้อมการไปถ่ายภาพตามรอยของซีรีย์เรื่องโปรด ถ้าประทับใจฉากใดเป็นพิเศษให้ไปถ่ายในโลเคชั่นเดียวกันและถ่ายภาพด้วยท่าทางเดียวกับพระเอก-นางเอก เพื่อทำให้คุณได้อารมณ์ของความเป็น K-Drama อย่างเต็มอารมณ์

วิธีเตรียมตัวก่อนถ่ายภาพพรีเวดดิ้ง

เมื่อคุณถ่ายพรีเวดดิ้งสไตล์เกาหลี  สำหรับคนอ้วนด้วยเทรนด์ที่คุณชื่นชอบเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เรื่องต่อไปที่คุณควรรู้ คือ วิธีเตรียมตัวก่อนการถ่ายภาพพรีเวดดิ้ง เพื่อทำให้วันถ่ายจริงสามารถถ่ายออกมาได้ดีและทุกภาพออกมาสวยตรงใจ คือ

  • ทำความรู้จักกับช่างภาพที่คุณจ้างมาถ่ายภาพพรีเวดดิ้งด้วยผลงานเก่า ๆ ให้ดีก่อน
  • ถ้าเป็นการถ่ายภาพพรีเวดดิ้งในสตูดิโอ ควรเลือกสไตล์ของสตูดิโอที่มีความตรงใจคุณมากที่สุด
  • ถ้าต้องมีการถ่ายทำนอกสถานที่ ควรศึกษาเรื่องของอุณหภูมิและอุปสรรคต่าง ๆ ที่อาจจะทำให้การถ่ายภาพของคุณยุ่งยากไปด้วย เพื่อการแก้ไขสถานการณ์ล่วงหน้าที่ดีที่สุด
  • ทีมงานที่ต้องจัดเตรียมเสื้อผ้า, การแต่งหน้า และทำผม คุณควรเลือกทีมที่มีประสบการณ์และเข้าใจต่อความต้องการของคุณมากที่สุด
  • ก่อนไปถ่ายภาพพรีเวดดิ้ง 1 วัน ควรพักผ่อนให้เต็มที่ เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อม ทำให้ผิวพรรณและใบหน้ามีความสดใสเต็มที่
  • เมื่อถึงเวลาถ่ายภาพจริง ควรทำให้บรรยากาศเป็นมิตร มีความสนุก และผ่อนคลายเต็มที่ เพื่อให้ได้ภาพที่เป็นธรรมชาติมากที่สุด
  • ก่อนไปถ่ายภาพพรีเวดดิ้ง คุณและคนรักควรพูดคุยกันด้วยดี เคลียร์เวลาให้ดี และไม่ควรมีปัญหาใด ๆ ก่อนไปถ่ายภาพ ไม่เช่นนั้นการถ่ายภาพพรีเวดดิ้งอาจล่มได้

สำหรับผู้ที่กำลังสนใจจะถ่ายถ่ายพรีเวดดิ้งสไตล์เกาหลี สำหรับคนอ้วนที่ถือว่าเป็นเทรนด์มาแรงของคนเจ้าเนื้อในยุคนี้ คุณสามารถนำทั้ง 5 เทรนด์ที่ได้แนะนำไว้ไปร่วมประยุกต์ใช้กับการถ่ายภาพพรีเวดดิ้งของคุณ พร้อมการเตรียมตัวก่อนการไปถ่ายภาพ เพื่อทำให้ภาพออกมาสวยตรงใจ ได้ภาพหน้างานที่ดีที่สุด และสร้างความประทับใจให้กับทั้งคู่บ่าวสาวกับผู้ที่มาร่วมงานได้เป็นอย่างดี

 

0 comments

การ์ดแต่งงานถือว่าเป็นหนึ่งในไอเท็มสำคัญก่อนจะเกิดงานแต่ง เพราะจะต้องนำไปเชิญทั้งญาติผู้ใหญ่และเพื่อนที่จะมาร่วมงาน ทั้งยังเป็นการแสดงออกให้เห็นถึงรสนิยมของคู่แต่งงานได้เป็นอย่างดี ยิ่งการ์ดมีความสวย ดีไซน์แปลกใหม่ หรือมีเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนใครมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งทำให้ผู้ที่มาร่วมงานจดจำได้ดีมากเท่านั้น จึงทำให้คู่ที่กำลังจะเป็นว่าที่บ่าว-สาวต่างก็มองหาไอเดียการ์ดสำหรับการใช้ในงานแต่งของตัวเอง ดังนั้นจึงขอแนะนำ 5 ไอเดียเด็ดที่จะทำให้คุณได้การ์ดที่ตรงใจมากที่สุด

แต่งอย่างไรให้น่าจดจำด้วย 5 ไอเดียการ์ดแต่งงาน สุดเก๋ที่สร้างเอกลักษณ์ได้ดี

การมองหาการ์ดแต่งงานเป็นอีกหนึ่งเรื่องสำคัญที่คุณไม่ควรมองข้าม เพราะต้องนำการ์ดไปเชิญแขกที่มาร่วมงาน ดังนั้นถ้าคุณทำออกมาได้ดี ย่อมทำให้เกิดการจดจำและช่วยกระตุ้นความจำให้ผู้ที่มาร่วมงานได้ดีด้วยช่วยกัน ดังนั้นจึงขอแนะนำให้ไอเดียการ์ดงานแต่งสุดเก๋ที่สร้างเอกลักษณ์ได้อย่างดีเยี่ยม คือ

cr.pinterest

1.การ์ดเน้นลูกเล่น font

การ์ดที่เน้นลูกเล่น font หรือตัวอักษรที่มีความแปลกใหม่ในหลากหลายรูปแบบ จะช่วยทำให้การ์ดแต่งงานของคุณดูเด่นมากยิ่งขึ้น ที่สำคัญคือไม่ต้องวุ่นวายเลือกสีพื้นหลังของการ์ดมากนัก เพราะไม่ว่าคุณจะใช้สีพื้นฐานอย่างสีขาว, สีดำ, สีชมพู, สีฟ้า หรือสีใดก็ตาม เพียงแค่มี font หรือตัวอักษรที่เป็นลูกเล่นหลากหลายดีไซน์ ก็จะทำให้การ์ดนั้นเด่นขึ้นมาทันที  ซึ่งในปัจจุบันตัวอักษรหรือ font ดีไซน์แปลกใหม่เป็นจำนวนมาก คุณจึงสามารถเลือกเพื่อให้เหมาะสมต่อความต้องการ ได้แน่นอน

cr.pinterest

2.การ์ดใส

ช่วงปี 2020-2021 การ์ดแต่งงานแบบใสได้รับความนิยมอย่างมาก โดยจะทำจากแผ่นพลาสติกใสคุณภาพที่มีความแข็งและอ่อนแล้วแต่ความต้องการของผู้สั่งทำ ส่วนรูปแบบของฟอนต์จะมาทั้งการพิมพ์ด้วยหมึกแบบพิเศษที่สามารถพิมพ์ลงสู่แผ่นพลาสติกได้ ไม่ต้องกลัวว่าจะลอกร่อนแต่อย่างใดและแบบสลักฟอนต์ลงแผ่น ดังนั้นจึงถือว่าเป็นอีกหนึ่งรูปแบบการ์ดที่ให้ความเก๋และมีเอกลักษณ์ไม่น้อยเลยทีเดียว

cr.pinterest

3.การ์ดรูปทรงเรขาคณิต

การ์ดแต่งงานรูปทรงเรขาคณิตที่ไม่ว่าจะเป็นทรงกลม, ทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัส, ทรง 5-6 เหลี่ยม หรือแม้แต่รูปทรงสามเหลี่ยมก็มีคนคิดทำขึ้นมาเพื่อให้เป็นไอเดียการ์ดงานแต่งสุดแปลกใหม่ พร้อมการใช้ฟอนต์แบบ Modern ผสมผสานลงไปในแบบรูปทรงเรขาคณิต เพื่อทำให้ดูทันสมัยเข้ากับยุคดิจิทัลมากขึ้นอีกด้วย

cr.pinterest

4.การ์ดการ์ตูน

การ์ดการ์ตูนจะถูกทำขึ้นมาหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการนำรูปของคู่บ่าว-สาวทำในรูปแบบการ์ตูนบนหน้าการ์ดและใส่ตัวอักษรที่นิยมใช้ในการวาดการ์ตูน มาทำให้เหมือนคุณกำลังนั่งดูหนังสือการ์ตูนรุ่นเก่า รวมไปถึงการทำให้กลายมาเป็นอนิเมะหรือการ์ตูนรุ่นใหม่ โดยมีให้เลือกทั้งรูปแบบการ์ตูนใหม่และเก่าอย่างครบครัน เพื่อสร้างความเป็นเอกลักษณ์ให้กับการ์ดแต่งงานมากยิ่งขึ้น

cr.pinterest

5.การ์ดฉลุ

ถ้าต้องการความแปลกที่ไม่เหมือนใคร ลองใช้รูปแบบการ์ดแต่งงานลายฉลุที่มีการทำขึ้นมาเป็นลายดอกไม้ ลายไทย และลวดลายต่าง ๆ แล้วแต่คู่บ่าว-สาวจะสั่งทำ โดยจะมีส่วนที่สามารถใส่รายละเอียดต่าง ๆ ของคู่บ่าว-สาวไว้ตรงกลางหรือตรงจุดที่เหมาะสม ส่วนขอบของกระดาษจะเป็นลายฉลุทั้งหมด ซึ่งการ์ดประเภทนี้จะให้ความสวยที่เรียบหรูเลยทีเดียว

เรื่องควรรู้ก่อนเลือกสั่งทำการ์ดแต่งงาน

เมื่อคุณตกลงใจที่จะเลือกดีไซน์ของการ์ดแต่งงานได้แล้ว คุณควรรู้เรื่องเหล่านี้ก่อนที่คุณจะสั่งผลิต เพื่อทำให้การ์ดที่คุณต้องการออกมาสมบูรณ์แบบมากที่สุด คือ

  • ถ้าต้องการให้จดจำได้ดีมากขึ้น ควรเลือกการ์ดและธีมแต่งงานสไตล์เดียวกัน
  • ภายในการ์ดควรระบุวันที่-เดือน-ปี, เวลาแต่งงาน และสถานที่จัดงานแต่งให้ชัดเจนที่สุด
  • ถ้าไม่รู้ว่าจะเลือกสีการ์ดด้วยสีใดดี ให้คุณเลือกสีเดียวกับธีมงานแต่งของตัวเอง
  • การแจกการ์ดแต่งงาน ควรแจกล่วงหน้าก่อนจัดงานประมาณ 7-14 วัน ส่วนผู้ใหญ่หรือเจ้านายควรแจกการ์ดล่วงหน้าประมาณ 1-2 เดือน จึงควรต้องคำนวณช่วงเวลาในการผลิตการ์ดให้ดี
  • การผลิตการ์ดแต่งงานควรทำมากกว่าจำนวนผู้มางานที่ประเมินไว้ประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์
  • ถ้าต้องการให้ผู้รับการ์ดรู้สึกถึงความใส่ใจ คุณควรเขียนชื่อหน้าซองด้วยลายมือของคุณเอง แต่ถ้าต้องแจกจำนวนมากให้คุณเลือกใช้ฟอนต์ที่ใกล้เคียงกับลายมือมากที่สุด
  • โทนสีของตัวอักษรและการ์ดจะต้องตัดกัน เพื่อทำให้มองเห็นข้อความชัดเจน โดยเฉพาะการ์ดของผู้ใหญ่
  • ก่อนส่งข้อความใด ๆ ให้โรงพิมพ์ ควรตรวจสอบคำผิดให้ดีและเว้นวรรคให้ถูกต้อง
  • ขนาดของการ์ดแต่งงานที่เหมาะสม คือ 6.25 x 5 นิ้ว ที่ถือว่าเป็นการ์ดมาตรฐาน
  • กระดาษที่ใช้ทำการ์ดควรมีคุณภาพ เพื่อไม่ให้เสียหายง่ายเกินไป
  • ควรทำซองใส่การ์ดด้วย เพื่อป้องกันความเสียหายและผู้ที่มาร่วมงานจะสามารถนำเงินใส่ซองได้เลย โดยไม่จำเป็นต้องเตรียมซองมาเอง

ถ้าคุณต้องการได้การ์ดแต่งงานที่ดีที่สุดและเป็นไอเดียที่มีเอกลักษณ์ คุณสามารถเลือกใช้จากทั้ง 5 ดีไซน์ที่แนะนำไปประยุกต์กับการ์ดงานแต่งของคุณได้เลยและควรระบุข้อมูลต่าง ๆ ให้ชัดเจน พร้อมการตรวจสอบการ์ดให้ดีก่อน เพื่อทำให้ผู้ที่มาร่วมงานได้ข้อมูลที่ถูกต้องที่สุดและจดจำการ์ดของคุณได้เป็นอย่างดี จึงสามารถมาร่วมงานได้ตรงวันและเวลาที่คุณต้องการ

X